Dogs

Love is all-round

Love is all-round
ความรักอยู่รอบๆตัวเรา

วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553

เที่ยว ฉะเชิงเทรา สวนปาล์มฟาร์มนก-ตลาดน้ำนครเนื่องเขต-ตลาดน้ำบางคล้า 11-8-53 (ภาค 2)

จากตลาดน้ำนครเนื่องเขต  เราก็ขับรถไปที่สวนปาล์ม-ฟาร์มนก กันต่อเลยคะ ที่จริงเรื่องก็มีอยู่ว่า  เค้าไปออกบูธที่งานไทยเที่ยวไทย  ลดราคาตั๋วจาก 240 บาท/คน เหลือ 70 บาทเอง  ด้วยความที่ชอบนกอยู่แล้วก็เลยซื้อไว้  ก็เลยเป็นที่มาของการมาที่นี่นั่นเอง






ว่าแต่ว่าพอไปถึงหน้าประตูฟาร์มเค้าบอกว่าค่าเข้าแค่ 100 เดียวเอง  ไม่ต่างกันเท่าไหร่เลยแต่ไม่ว่าจะ 70 หรือ 100 หรือจะ 240 ก็คุ้มแสนคุ้มกับการได้ดูนกมูลค่ามหาศาลแบบนี้ตื่นตาตื่นใจมากเลย  กับนกเป็นพันๆ ตัวของที่นี่







หันไปทางไหนก็มีแต่นก นก นก แล้วก็นก เต็มไปหมดเลย







ที่นี่เค้าเลี้ยงกันแบบมืออาชีพจริงๆ  ตั้งแต่เป็นลูกป้อนกันเชียว
เห็นแล้วอึ้ง ทึ่ง เสียว และนับถือจริงๆเลย







ทุกอย่างทำกันในห้องปลอดเชื้อทั้งหมด  ตั้งแต่กระบวนการฟักไข่  จนลูกนกฟักเป็นตัวแล้วพี่ๆเค้าก็นำลูกนกมาป้อนอาหารเหลว  ค่อยๆป้อนด้วยความใจเย็น เพราะถ้าป้อนเร็วไปลูกนกสำลักหรืออาหารมีอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม  ก็เป็นสาเหตุให้ลูกนกนั้นตายได้ง่าย   ลูกนกก็เปรียบเหมือนเด็กทารกนั่นแหละ  กินบ่อย อึบ่อย  ต้องดูแลและสังเกตุอย่างดีเชียว  ความสะอาดก็ต้องมาที่หนึ่งเลย







นกที่ถูกคนเลี้ยงโตขึ้นมาก็จะเชื่องมาก  บางทีไปยื่นใกล้ๆ กับกรงก็จะบินมาเล่นด้วยเชียวแหละอย่างเจ้าสองตัวข้างล่างนี้  ไม่กร้าวร้าวเลย  เดินมาเกาะใกล้ๆกับเรา  อยากให้เกาหัวให้ดูที่ตามันช่างเหมือนเด็กน้อยเสียจริง  อยากเล่นอยากชนอยู่เลย  







 นกที่นี่เกือบทั้งหมดเป็นนกตระกูลปากขอ  หรือตระกูลเดียวกับนกแก้วนั่นแหละ






เค้าว่ากันว่า  เจ้าไฮยาซิน ตัวข้างล่างนี้ ตัวละ 1 ล้านบาท  แต่เค้าเก็บค่าเข้าไปถ่ายรูปกับนกพวกนี้แค่คนละ 1 ร้อยบาทเอง  (ค่าอาหารนกแทบจะไม่พอเลย)จำได้ว่าเคยเลี้ยงนกพวกนี้ต้องให้กินเมล็ดทานตะวัน  เมื่อก่อนซื้อโลละ 35 บาทไม่รู้ว่าค่าอาหารนกวันนึงๆ เท่าไหร่กันเชียว 







บรรยากาศรอบๆ ฟาร์มแห่งนี้  มีต้นปาล์มหลากหลายสายพันธุ์  แต่ว่าเราไม่ใช่คนเล่นปาล์ม  ก็เลยดูไม่ค่อยเป็นอะ






ไม่ใช่แค่จะมีแต่นก กับ ต้นปาล์มเท่านั้น  ที่นี่ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะนำเสนอ เจ้าหงส์ขาว-ดำนั่นเอง  มีมากซะจนแทบจะตกใจ  เคยเห็นเค้ามีกันแค่ไม่กี่ตัวเอง  นี่มีเป็นฝูง  ช่างสวยงามและสง่าสมชื่อหงส์จริงๆ เชียว







มาดูกันแบบใกล้ๆเลยดีกว่า   เค้าจะเรียบร้อย  สงบนิ่ง  ตัวใหญ่เบ้อเริ่มทึ่มขนแถวๆหางยังสวอนซะสวยเชียว  เห็นสีฟ้าๆที่เท้าเค้ามั้ยคะ  นั่นเป็นหมายเลยบอกถึงเลขหมายประจำตัวของเค้านั่นเอง  เกิดที่ฟาร์มไหน ตัวผู้หรือเมียเกิดจากพ่อตัวไหนและแม่ตัวไหน ทางฟาร์มเค้าก็จะจดบันทึกข้อมูลอย่างละเอียดเชียว.....







นกสองหัว  เอ้ยหงส์สองหัวตะหาก!
เฉลยดีกว่า....ที่จริงแล้วก็หงส์สองตัวนั่นแหละคะ แต่เค้ายืนยกขาข้างนึงไง  แหม~ทำซะเนียนเชียว










ไม่ใช่จะมีแต่หงส์  ห่านก็มี  ดุด้วย
ดูเจ้าตัวสีเทาๆดิ  มันวิ่งเข้ามางับเราเลย 
ถ้าเราไปล่วงเกินเขตของเค้า  ตัวเล็กว่าหงส์นะเนี่ยแต่ใจใหญ่







หงส์สองตัวนี้เหมือนกันแฟนกัน  ตัวที่ยืนด้านหน้าน่าจะเป็นตัวผู้  ส่วนตัวหลังน่าจะเป็นตัวเมีย
เพราะเหมือนกำลังกกไข่อยู่เลย








เรามาดูลูกๆเค้ากันดีกว่า  แต่ดูไม่ออกเลยว่าอันไหนห่าน  ตัวไหนหงส์เหมือนในนิทานเรื่องลูกเป็ดขี้เหร่เลย






รู้แล้วช่วยตอบหน่อย  ว่าเจ้าตัวเล็กนี่มันจะโตขึ้นเป็นอะไร







สระน้ำขนาดใหญ่มาก  พวกหงส์ก็จะชอบว่ายน้ำลอดตรงสะพานเพื่อข้ามไปอีกสระนึง  ดูพวกมันมีความสุขมากเลยนะ






ปาล์มฟ้า  จะเห็นใบเค้ามีสีอมฟ้าๆคะ  เวลาที่เราได้อยู่ในที่กว้างๆกับต้นไม้  แม่น้ำ  เสียงนกร้อง  มีหงส์ว่ายน้ำผ่านเราไป
มันทำให้เราลืมเรื่องที่กำลังทุกข์ใจไปเสียสนิทเลย  






อันนี้ก็ปาล์มอีกชนิดหนึ่ง เห็นออกลูกสีสวยสดใส ก็เลยเก็บมาฝากจ้า







เดินไปเรื่อยๆ  แถวท้ายฟาร์มก็จะเจอ ฟาร์มสุนัข  (จำสายพันธุ์ไม่ได้แล้วอะ)  แต่จำได้ว่าเค้าบอกว่าสุนัขพันธุ์นี้เลี้ยงไว้เพื่องานอารักขา  หัวกะโหลกใหญ่มาก  ลองเทียบขนาดกับมือในภาพ  ถ้าโดนกัดขึ้นมาจริงๆ ต้องตายแน่ๆเลย







ตัวใหญ่มาก  อุ้งเท่าใหญ่กว่ากำมือเราเสียอีกแฮะ






หลังออกจากสวนปาล์ม-ฟาร์มนก  ก็หิวข้าวอย่างแรง  เป็นเหตุให้ต้องมาแวะหาข้าวกินที่ตลาดน้ำบางคล้า  แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ  ด้านหน้าก็มีสินค้า OTOP หลายชนิด  เราเองก็ได้เมี่ยงคำกับมะม่วงติดมือกลับมาด้วย







พอเดืินเข้ามาที่แพเท่านั้น  ก็เริ่มตะลุยกันเลย
ก่อนอื่นก็เส้นเล็กน้ำหมูแดง  ตามด้วยส้มตำปูม้า
ผัดไทโบราณ  อร่อยทุกอย่างเลย  ซูโก้ย~~~







ขอบคุณที่มาเที่ยวด้วยกันนะคะ








สุดท้ายนี้ก็มีข้อคิดเล็กๆน้อยๆฝากไว้ให้ช่วยกันคิดนะคะ


เคยได้ยินจากทีวี เค้าบอกว่า " พวกนกเหล่านี้ได้ทำผิดมหันต์หรือ  ถึงได้เอาเค้ามาจองจำในกรงแคบๆ  เพียงเพราะว่าเค้าพูดได้เลียนแบบเสียงได้  แค่นั้นหรือ"  ฟังแล้วมันช่างสะเทือนใจเสียจริง   การที่เราขังเค้าไว้เพื่อไว้อวดเพื่อนๆที่มาบ้าน แล้วประหลาดใจกับนกวิเศษของเราที่พูดได้  เพื่อที่จะได้ครอบครองเค้าชื่นชมกับคนแค่ไม่กี่คน  ถึงกับต้องกักขังเค้าจนวันตายเชียวหรือ


แต่สำหรับที่นี่   วัตถูประสงค์เค้ามีไว้เพื่ออนุรักษ์สายพันธุ์นก  เพื่อศึกษาและให้เป็นความรู้แก่คนรุ่นหลังๆ  เนื่องจากนกเป็นสัตว์อีกชนิดหนึ่งที่มีความเปราะบาง   หากเราไม่มีความรู้เพียงพอที่จะช่วยเค้ายามเค้าเจ็บป่วย  ก็อาจจะนำมาซึ่งการสูญเสียและสูญพันธุ์ในที่สุด


แต่ถึงอย่างไร  นกก็ต้องการท้องฟ้า  มากกว่า  กรงเหล็กสี่เหลี่ยมต่อให้มีขนาดใหญ่แค่ไหนก็ตาม มันก็คือการกักขังนั่นเอง...   ไม่มีสัตว์ใดโหดร้ายไปกว่ามนุษย์เรานั่นเอง  




พาเที่ยวโดย  สาวน้อยตะลอนทัวร์