Dogs

Love is all-round

Love is all-round
ความรักอยู่รอบๆตัวเรา

วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553

หมอกกระจาย ที่พะเนิืนทุ่ง อช.แก่งกระจาน 13-11-53

อากาศเย็นๆมาแล้ว  เหมือนกับเป็นการบอกเราว่าต้องออกเดินทางได้แล้ว
จะไปไหนก็ยังไม่รู้  แต่ต้องไปได้แล้วหละ อิอิ

คิดไปคิดมาก็เลยอยากไปดูทะเลหมอกขึ้นมาซะงั้น
ก็เลยเป็นที่มาว่าเราจะต้องมาที่ อช.แก่งกระจาน เพชรบุรี
เค้าว่ากันว่า  ถ้าจะดูหมอกไม่ไกลกรุงเทพฯต้องที่นี่  พะเนินทุ่ง!



































เราออกเดินทางตั้งแต่ 7 โมงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา วิ่งออกบางบัวทอง
มุ่งสู่ถนนพระราม 5 และตัดออกไปทางพระราม2  ปริมาณรถมากแต่เคลื่อนตัวได้เรื่อยๆ
แถวๆบางบัวทองยังมีน้ำท่วมให้เห็นอยู่เป็นระยะๆ  แล้วเราก็จอดเติม
น้ำมัน+ซื้อกาแฟแถวๆ สมุทรสงครามกันก่อน




































ขับไปเรื่อยๆ ตรงอย่างเดียวก็มาถึงจังหวัดเพชรบุรี
จะมีป้ายไปแก่งกระจาน  อ.ท่ายาง  โดยเราต้องลอดอุโมค์ข้ามแยกไป
จากนั้นก็ตรงไปอีก 20 กว่ากิโล ก็มาถึงป้าย "เขื่อนแก่งกระจาน"



แล้วเราก็มาถึงที่แก่งกระจานอย่างปลอดภัย
มาถ่ายรูปกันหน่อย  อากาศเย็นสบาย แดดก็ไม่แรง


ค่าบริการในการกางเต้นท์ และ เช่าอุปกรณ์


ตู้ไปรษณีย์ที่เพชรฯ สวยจัง



































ในบริเวณอุทยาน มีการจัดซุ้มรวบรวมข่าวเกี่ยวกับการตัดเถาวัลย์ในป่า
เนื่องจากเถาวัลย์เป็นสาเหตุทำให้ต้นไม้ใหญ่ตาย  แต่ยังถูกต่อต้านจาก
กลุ่มผู้อนุรักษ์ป่าไม้อยู่  ในทัศนะของเราเองเรากลับมองว่าปล่อยทุกอย่าง
ให้เป็นไปตามระบบนิเวศน์จะดีกว่า  เพราะทุกสิ่งทุกอย่างล้วนต้องปรับ
ตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เป็นไป




































และแล้วความโชคดีก็มาเยือน  เมื่อมีกลุ่มน้องๆ ประมาณ 5-6 คนเช่ารถขึ้นพะเนินทุ่ง
ค้าง 1 คืนราคา 2000 บาท/เที่ยว (ส่วนขึ้นเช้าลงบ่ายเค้าคิด 1600 บาท/เที่ยว)
เราก็เลยไปขออาศัยน้องๆเค้าขึ้นไปด้วย จะได้ช่วยกันแชร์ค่ารถ


ของที่เตรียมมาล้านแปด ก็ต้องถูกคัดแยกเอาเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น
เพราะเนื้อที่สำหรับขนสัมภาระนั้นมีจำกัดจริงๆ 
ระหว่างกำลังจัดเตรียมของ  รถสเบียงของเราก็มาจอดข้างๆ
ก็เลยช่วยซื้อของพี่เค้าไป 3-4 อย่าง





































เส้นทางจากอุทยานขึ้นบ้านกร่างลาดยางอย่างดีเชียว  แต่....





































ป่าสีเขียวชอุ่มตลอด 2 ข้างทาง 


หลังจากผ่านด่านตรงบ้านกร่างมาได้สักพัก  ความราบรื่นที่เคยมีก็หายไป

หายไปแบบ ไม่กลับมาให้เห็นอีกเลย....  กว่าจะถึงพะเนินทุ่ง ก้นระบมหมดเลย

 เมื่อมาถึงพะเนินทุ่ง  เราก็ออกสำรวจสถานที่กันเลย
เริ่มจากร้านค้าสวัสดิการ  จะเห็นได้ว่าเค้าขายอาหารราคาไม่แพง
เลย  เมื่อเทียบกับระยะทาง(วิบาก)ที่เราเพิ่งจะผ่านมาเมื่อกี้เอง



































เราจึงช่วยอุดหนุนพี่ๆ เค้าด้วย  ไข่เจียวหมูสับ (อร่อยมาก ขอบอก)



 ตามด้วยหมูย่าง  (อันนี้ก็หอมมาก)  ไม่กล้าสั่งเยอะ  เพราะดูเหมือนเค้าจะทำไม่ค่อยทัน


 แตงโมเย็นเจี๊ยบ ก็มีบริการคะ แค่ 10 บาทเอง (หวาน+เย็น ชื่นใจทีเดียว)


นี่แค่ต้น พฤศจิกายน นะเนี่ย
ไม่อยากจะคิดเลยว่า ธันวาคม จะมีที่ให้กางเต้นท์มั้ยเนี่ย




ทุกคนต้องมาถ่ายรูปที่ป้ายนี้  เราก็ไม่พลาดเช่นกัน
มองไกลๆจะเห็นภูเขาสลับซับซ้อนกัน  แต่มองไม่ชัดนะ
เพราะหมอกกำลังลงคะ




































ทะเลหมอกนุ่ม ขาวๆ  น่ากระโดดไปนอนจริงๆเลย



































ที่พะเนินทุ่งจะมีจุดชมวิว 2 ที่ นอกจากจะที่จุดชมวิวตรงพะเนินทุ่งแล้ว
(แถวๆ ที่เรากางต้นท์) ยังมีอีกที่ที่ กม.36 (ต้องนั่งรถต่อไปอีกแต่ไม่ไกลคะ)



































ภาพนี้ถ่ายที่ กม.36 คะ (จะอยู่ใกล้ทะเลหมอกมากกว่าข้างบนคะ)


 หลังจากนั้นประมาณ 10โมง เราก็ต้องลงแล้ว  เพราะที่นี่จะมีเวลาขึ้นและลงเป็นช่วงเวลา
เนื่องจากทางแคบและเป็นลูกรัง  เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวนั่นเองคะ

อ้อ! ลืมบอกไป  ที่นี่เค้าดังเรื่องผีเสื้อมากๆๆๆๆ เลยคะ
มีเยอะมาก  หลากหลายสายพันธุ์  ตัวเล็ก ตัวใหญ่ สีสวยสดใส
เค้าว่ากันว่า ถ้าเอาเกลือไปโรยมันจะบินมาเกาะตรงที่เราโรยเกลือ
บางคนบอกว่าไม่มีเกลือ  ใช้ (ฉี่) แทนก็ได้  แต่ท่าจะไม่ไหว
สร้างมลพิษให้ป่า  เดี๋ยวผีเสื้อจะตายซะก่อน


เวลาไปเที่ยวป่าเที่ยวเขา  เราก็ต้องทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวที่ดี
ไม่ทำเสียงดังรบกวนสัตว์ป่า หรือนักท่องเที่ยวคนอื่น

ของที่เราพกไปทุกชิ้น ต้องเก็บกลับมาให้ครบนะคะ
ส่วนขยะเค้ามีจุดให้เราทิ้ง และอย่างที่เค้าบอกกันมา
เก็บเฉพาะรูปภาพและความทรงจำ  โปรดอย่าเอาอะไร
ติดไม้ติดมือออกมาเลยคะ


บรรยากาศทะเลหมอกสวยๆ มาฝาก


ยืนยันด้วยภาพเลย ว่าผีเสื้อช่างเยอะจริงๆ เลย