Dogs

Love is all-round

Love is all-round
ความรักอยู่รอบๆตัวเรา

วันพุธที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2553

แคมปิ้ง ที่ไทรโยค กาญจบุรี 27-28 พย. 2553

ทริปนี้เป็นทริปสุดท้ายของเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
ออกทริปกับพี่ๆก๊วนที่ออกกันเป็นประจำ เน้นกางเต้นท์เป็นหลัก

ทริปนี้เราไปกางเต้นท์กันที่ อช.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี 1 คืน



ไม่ต้องห่วงเรื่องการเดินทางเลยคะ  ถนนลาดยางอย่างดีตลอดทาง
ไม่คดเคี้ยว ลดเลี้ยวให้ต้องเวียนหัวกัน





ติดไฟแดงอยู่ในเมืองกาญจฯ ก็เหลือบไปเห็นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่  ใหญ่ขนาดเท่าป้ายคัทเอาท์
ที่ติดอยู่ตามตึกบางตึกในกรุงเทพฯเลย  เห็นเมนูอาหารแล้วก็อยากจะไปชิมเหมือนกัน
แต่ละจานชื่อเหลือกินเชียว (แต่ไม่ได้แวะไปชิมหรอกนะคะ  เพราะต้องรีบทำเวลาคะ)


หากใครชอบกินเมล่อน (เลม่อน) ก็ขอแนะนำเลยคะว่าของที่ กาญจนฯเค้าอร่อยจริงๆ
ทริปที่แล้วกะว่าขากลับจะแวะซื้อ  แต่ของหมดซะก่อน  พอขับผ่านก็เลยต้องรีบกระโจนเข้าใส่กันเชียว
ลุงเค้าบอกว่าที่ขายตามห้างหวานแค่ 19 แต่ของเค้า 22-25 เลยเชียว (น่าจะเป็นค่าระดับความหวานนะ) เราก็ไม่ค่อยจะรู้สักเท่าไหร่  รู้ว่าของที่นี่เค้าอร่อยอย่างเดียว อิอิ (โลละ 60 บาท)




ขับจากจุดซื้อเมล่อนอีกไม่นาน (ประมาณ 1 ชั่วโมง)
เราก็มาถึงที่ อช.ไทรโยคกันแล้ว  เราจอดรถกันที่ด้านหน้าอช.และ
ขนของไปที่ลานกางเต้นท์ประมาณ 200 เมตร
(เดินหลายรอบก็เหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย)




































จากลำธารรูปข้างบนไหลมารวมกัน และตกลงสู่แม่น้ำแคว  กลายเป็นน้ำตกไทรโยคใหญ่
ส่วนไทรโยคเล็กก็อยู่ไม่ไกลกัน  เดินเท้าไปได้คะ



ภาพบรรยากาศแม่น้ำแคว

ปลาบางชนิดที่พบเห็นได้ในลำน้ำแคว


สิ่งที่ควรปฏิบัติทุกครั้งเวลาที่เราเข้ามาพักอาศัยบริเวณอุทยานฯ




































เต้นท์ของพวกเรา



อาหารพร้อมบริบูรณ์  (มากับแก้งค์นี้  ไม่มีคำว่าอดอยากคะ อิอิ)



สะพานข้ามแม่น้ำแคว



































ภาพนี้ถ่ายตอนเช้า (เพิ่งตื่น ตาบวมเลย) อากาศหนาวเย็นสบายแต่ไม่มีหมอกคะ



ลองเปลี่ยน WB ดูคะ  สวยแปลกตาดีเหมือนกัน

































อ่านแล้วรู้สึกเศร้านิดๆ ยังไงก็ไม่รู้
แต่ก็จริงอย่างที่เค้าบอกอะ  ไม่มีไทร มีแต่สัก




































อาหารค่ำคณะเรา  ก็ได้พี่ๆร้านนี้เค้าจัดเตรียมให้  ทั้งส้มตำ ไก่ย่าง หมูย่าง น้ำตก
ต้มแซบ ยำรวมมิตร ฯลฯ


คุณลุงร้านขายของชำ (อยู่ต้นๆซอย) เค้าบอกว่านี่คือ "ต้นเข้าพรรษา"
เพิ่งเคยเห็นของจริง ลุงเค้าบอกว่าดอกของต้นนี้อยู่ได้ 4-5 เดือนเชียว
เห็นแล้วหลงเลย ต้องไปหาซื้อมาปลูกบ้างแล้วเรา




































ทริปนี้มีเด็กน้อยมาด้วย  ปกติจะมีแต่ป้าๆ กับลุงๆ



































ออกจากอุทยานฯ แล้วเราก็มุ่งหน้าไปที่ ซาฟารีปาร์ค  สถานที่กว้างขวางใหญ่โต




ด้านหน้าที่ขายตั๋ว  จะมีให้ถ่ายรูปคู่กับเสือได้  รูปละ 100 บาท
และก็มีแครอทขายเพื่อนำเข้าไปให้สัตว์ด้านใน
5 ถาด 100 บาท (ถาดละ 1 ลูก ฝานเป็นแผ่นๆ ประมาณ 5-7 ชิ้น)



































ทางสวนสัตว์ มีรถบัสไว้บริการคะ


เข้าไปโซนแรก  เราจะพบสัตว์จำพวกกวาง ลุงคนขับรถก็จะจอดให้เราป้อนอาหารกวางกัน
ก็แครอทที่ซื้อมานั่นแหละคะ  ข้อแม้อย่างเดียวห้ามลงจากรถเป็นอันขาด  จะนั่งให้อาหาร
ตรงทางขึ้น-ลงก็ไม่ว่ากัน



แต่โซนถัดมา  แทบจะต้องปิดหน้าต่างกันเชียว
แต่ตอนที่เข้ามาโซนนี้  เสือเกือบทุกตัวนอน(กลางวัน) กันหมด
และไม่มีท่าทีจะทำร้ายเรา  ลุงคนขับก็บอกว่าไม่เป็นไรปิดแค่ประตูก็พอ

ถัดมาอีกโซนเราก็จะพบสิงโตน้อยกำัลังนอนอยู่ใกล้ๆ กับรถของเจ้าหน้าที่ (กำลังกินข้าวอยู่)
เห็นลุงคนขับ (คนเดิม) บอกว่า เพื่อนของเจ้านี่เพิ่งตายไป  ก็เลยดูมันเหงาๆ  
ทางสวนสัตว์เค้าเอาลูกเสือวัยไล่เลี่ยกันมาเป็นเพื่อน  แต่ท่าทางก็ไม่ทำให้เจ้านี่ดีขึ้น

หมดจากโซนสิงโตก็เข้าสู่ลานโล่งกว้าง  แต่สัตว์ตัวแรกที่มาทักทายเรา
ก็คือ "เจ้ายีราฟ" นี่เอง  ดูความน่ารัก  ขี้อ้อนของเค้าเอาเองละกันคะ
เป็นสวนสัตว์แห่งแรกที่เคยไปที่เจอยีราฟน่ารักขนาดนี้ (แอบจุ๊บไปตั้งหลายที)



































นิสัยเค้าอ่อนโยน  ไม่มีความดุร้ายเลย
แต่สิ่งที่สำคัญคือ  ต้องมีแครอทมาล่อกันสักหน่อย


ม้าลายก็อยู่ร่วมกับยีราฟได้



































ลามะ ,อูฐ , กวางดาว , นกฟามิงโก้ ก็มีคะ



































ส่วนจระเข้ ,น้องหมา , ช้่าง อยู่ในส่วนของโชว์ที่ทางสวนสัตว์เค้าจัดแสดงคะ



ด้านในสวนสัตว์  มีลานนกแก้วมาคอร์ เค้าปล่อยให้เดินเล่นจำนวนสิบกว่าตัว
ส่วนใหญ่เป็นพวกบูลโกลด์  ค่อนข้างเชื่อง  แต่ก็ไว้ใจไม่ได้อยู่ดี  เพราะปากของเค้า
แข็งแรงพอที่จะกัดนิ้วเราแตกได้ง่ายๆเลยเชียว



นกพวกนี้น่ั่าจะเป็นลูกป้อนโตมา  เพราะดูไม่ค่อยกลัวคน
นี่ก็เป็นข้อเสียอย่างหนึ่ง  เพราะเห็นบางคนก็เอามันฝรั่ง อาหารมนุษย์ให้มันกินด้วย
โดยที่เค้าไม่รู้เลยว่า  นกเป็นสัตว์เปราะบางมาก  มันอาจจะท้องเสียและตายได้ง่าย
หากกินอาหารที่ไม่สามารถย่อยได้



อยากจะตำหนิเรื่องคนที่ดูแลตรงนี้  ดูเค้าปล่อยให้นกหิวเพื่อที่เค้าจะได้ขายเมล็ดทานตะวัน (หรือเปล่า)
เม็ดทานตะวัน 2 ช้อนโต๊ะ ราคา 10 บาท (แพงเกินไปมั้ยเนี่ย)  พอนกเห็นเมล็ดทานตะวันเหมือนนก
ผีสิงเลย  เดินมาหาเราอย่างบ้าคลั่ง  มีเรียก มีสะกิด ให้สนใจเค้าด้วย  อ้อ! ลืมบอกไป ที่นกมันไม่บิน
หนี เนื่องมาจากนกทุกตัวต้องถูกคลิบปลายปีกออก  ถ้าแมวหลุดมาสักตัว เหลือแต่ขนแน่นอน


คลิปน่ารักๆ ของเจ้านกแก้วมาคอร์